Luang-Por-Guay-010

ตะกรุด หลวงพ่อกวย

ต่อไปนี้ ผู้เขียนจะขอเขียนถึง เครื่องรางโบราณชนิดหนึ่ง ที่เรียกว่า ตะกรุด ตะกรุดทำจากแผ่นโลหะ เขียนอักขระเลขยันต์ แล้วม้วนให้กลมแบบหลอดกาแฟ ความยาว มีตั้งแต่ 1 นิ้ง 2 นิ้ว ถึง 7 นิ้ว 9 นิ้ว 9 นิ้วนี้ยาวมาก อาจทำไว้คุ้มบ้าน หรือทำน้ำมนต์ ถ้าสั้นกว่านี้ ประมาณ 1 ซม. เรียนว่า พิสมร แต่ต้องม้วนหนา ถ้าม้วนบาง ๆ เรียกว่า ตะกรุดสาริกา บางสำนักทำเล็กขนาดใส่ในตาได้ (เปลือกตา) ถ้าเขียนยันต์ลงผ้า เรียกว่า ผ้ายนต์ หรือผ้าประเจียด

หลวงพ่อเรียนการทำตะกรุดมาหลายสำนัก สมัยบวชเป็นเณร เคยไปเรียนวิชาทำตะกรุดกับหลวงพ่อปากคลองมะขามเฒ่า (ศุข) มีในตำราลงตะกรุด (อยู่ในตำราแก้วสารพัดนึก เล่ม 1) อายุหลวงพ่อเกิดปีเดียวกันกับหลวงพ่อเอีย วัดบ้านด่าน ปราจีนบุรี รู้จักและสนิทสนมกัน เรียนวิชามาพร้อมกัน แต่หลวงพ่อเอียมรณภาพก่อน หลวงพ่อ 1 ปี หลวงพ่อเคยสร้างตะกรุด เกราะเพชร ทั้งตำราของหลวงพ่อปากคลองฯ และตำราของหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค (ถ่ายทอดจากหลวงพ่อแต้ม วันพระลอย สุพรรณ) ตะกรุดรุ่นนี้ จะมีลูกสะกด 2 ลูก เป็นตะกั่ว และหลวงพ่อเคยสร้างตะกรุดตามตำรางของหลวงพ่อโม วัดจันทนาราม สรรคบุรี ชัยนาท (เป็นอาจารย์องค์หนึ่งของท่าน เก่งเรื่องตะกรุด ติดอันดับ ระดับประเทศ) ตะกรุดตำราหลวงพ่อโม จะยาว 7 นิ้ว (อาจมีเศษ 1 ซม. ตะกรุดตำรา หลวงพ่อโมนี้ มีผู้สร้างสืบทอด 2-3 องค์ คือ หลวงพ่อเชื่อ วัดใหม่บำเพ็ญบุญ, หลวงพ่อชม วัดตลุก ชัยนาท, หลวงพ่อเถิ่ง วัดงิ้ว ชัยนาท คือ ยาว 7 นิ้ว ทำสายเชือกคล้ายกัน คือ เอาผ้าจีวร, ผ้าผี ทำสาย) แต่หลวงพ่อกวย ใช้เชือกสนตะนาย (จมูก) ควาย ทำสาย นอกจากอาจารย์ของท่าน 2 - 3 องค์นี้แล้ว หลวงพ่อยังทำตะกรุดสังวาลย์ ตำราของหลวงพ่อจันทร์ วัดนางหนู ลพบุรี เป็นตะกรุดที่ใส่แบบใส่เสื้อ มีประมาณ 16 ดอก, 32 ดอก อีกตำราหนึ่ง คือตะกรุดมหาอำนาจ 6 ดอก ดอกยาว 5-6 นิ้ว ใส่ใว้เป็นคู่ คือ 3 คู่ เป็นตำราของหลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติ น่าจะถ่ายทอดมาจาก (ครูรุณ (รุน) บ้านโคกช้างทุ่งคลี, ครูเพ็ง อำเภออินทร์บุรี, อาจารย์แหร่ม วัดท่าช้าง สิงห์บุรี) 3 ท่านนี้เป็นศิษย์ของหลวงพ่อกลั่น พระญาติ หลวงพ่อยังทำตะกรุด 7 ดอก สำหรับคนชะตาขาดได้ ทำผ้าขอด 7 ขอด สำหรับคนดวงชะตาขาดได้ แต่ทำให้เฉพาะคน เจ้าของจะหลงมาก

ตะกรุดชุดแรก ที่หลวงพ่อทำ หลวงพ่อทำตามตำราของหลวงพ่อโม (ในสรรคบุรี ชัยนาท) ตะกรุดหลวงพ่อโม ดังที่สุด ดังที่สุดในชัยนาทด้วย ดังติดอันดับระดับประเทศ ในสรรคบุรีและชัยนาท มีจำหน่ายตามแผงพระทั่วประเทศ เป็นสินค้าโอทอป, พระโคนสมอ กรุวัดคังคาว (ค้างคาว) ก็มีจำหนาย เป็นสินค้าโอทอป เช่นกัน) ตะกรุด 7 นิ้ว ชุดนี้ หลวงพ่อมั่นใจมาก ได้จดรายชื่อศิษย์ที่ได้ไปไว้ในสมุดบัญชีคนทำบุญ จดไว้เพื่อจะคอยฟังว่า จะอยู่ยืนแค่ไหน ตะกรุดชุดนี้ คนที่ได้ไป คือเสือสมาน ปานน้อย อยู่ประตูน้ำ พระอินทร์ อยุธยา, เสือเพชร สรรค์ (สรรคบุรี), เสือเพชร ไพรนกยูง หันคา ชัยนาท, นบ เจียมพลับ ดวงพญายาง สรรคบุรี สู้กับปืน 3 กระบอก ปืนยิงไม่ออกเลย ยังแย่งปืนมาได้ 2 กระบอก อีกกระบอกเป็นปืนลูกซองยาว ยิงห่าง 4-5 วา ส่วน 2 คน สู้ตะลุมบอนกัน มีผู้ใหญ่เตือน เจ้าของเรื่อง, ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน 2 คน ภายหลังผู้ใหญ่เตือน โดนมีดหมอของลุงนบแทงตาย ร้อยตรีหนูสิน คนหัวเด่น เจ้าของคดี กำนันบัณฑิต วัดค้างคาว เป็นผู้รับแจ้ง และพาไปมอบตัว ปืน 2 กระบอก นายนบ ถวายหลวงพ่อไว้ภายหลังตำรวจ ขอเก็บไว้เป็นหลักฐาน ในวันนั้นนายนบคล้องตะกรุด 1 ดอก มีดหมอ 1 เล่ม ปลัดรุ่นคอหยัก 1 ตัว (ตะกรุดปัจจุบันอยู่กับหลานหรือลูกของอาจารย์หนูกันภัย, มีดหมออยู่กับคุณพิเชษฐ์ น้อยเจริญ บางนา สมุทรปราการ) ส่วนดอกของเสือเพชร สรรคบุรี ภายหลังเป็นมือปืนโดนตำรวจยิงหลายครั้ง โดนสั่งฆ่า แต่ยิงไม่ออกเลย ตกอยู่กับลูกชายชื่อแอ็ด (ชื่อเล่น) โดนสุนัขพันธ์ฝรั่งกัด เขี้ยวหักคาขากางเกงยีนส์เลย

ต่อไปจะขอเล่าบันทึกอภินิหารย์ของตะกรุด ดอกของเสือเพชร ไพรนกยูง อำเภอหันคา ชัยนาท เสือเพชรคนนี้ เดิมเป็นคนแม่น้ำน้อย อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท เป็นลูกน้องของเสือฉาว อิ่มเชื้ออยู่ เสือตัวจริงของบ้านหัวเด่น ต.บางขุด (ใกล้วัดของหลวงพ่อ) ทั้งเสือฉาว และเสือเพชร เป็นศิษย์ของหลวงพ่อกวยรุ่นแรก สมัยสงคราม 2484 เขาได้คาถาโองการมหาทหมื่นและเกราะเพชรคุ้มตัว พระเครื่องจำพวกตะกรุด แหวนแขน มีดหมอ ใน ต.บางขุด สรรคบุรี เสือฉาว โด่งดังที่สุด (ผู้เขียนมีศักดิ์เป็นแค่หลาน ผู้เขียนเคยถึงคราวคับขัน จะโดนปล้นชิงและฆ่า เคยอ้างชื่อว่าเป็นหลานเสือฉาว ทั้ง 3 ครั่ง ทำให้รอดมาได้) เสือเพชร เคยได้ตะกรุดจากหลวงพ่อและได้เหรียญ ร.5 ลงจาร สมัยสงครามมีการจี้, ปล้นกันมาก ภายหลังฉาวไปติดคุกที่ชัยนาท เลยปล่อยให้เสือเพชรอยู่แต่ลำพัง ยุคนั้นเสือฝ้าย แห่งบ้านท่าใหญ่ อำเภอเดิมบางนางบวช โด่งดังที่สุดเขาไม่ชอบ เสือก๊กอื่นที่มาแย่งอาชีพของเขา เขาได้ส่งลูกน้องมือดีให้มากำจัด (ฆ่า) เสือเพชร โดยส่งเสือว่อน พร้อมลูกน้องมือดี เกือบ 10 คน ใช้ปืนโบราณ คือ ปืน ร.ศ., ปืนพระราม, ปืนเล็กยาว, เล็กสั้น ของญี่ปุ่น เป็นปืนสงครามที่ญี่ปุ่นใช้ อำนาจของปืนเล็กยาวนั้นถ้ายิงขึ้นฟ้า ตอนกลางคืนจะเห็นลูกวิ่งขึ้นฟ้าเป็นลูกไฟ สามารถยิงคน ยืนเรียงแถวกัน 5 คน ทะลุทั้ง 5 คน ถ้าบังโอ่งน้ำยิง ถ้าโอ่งไม่มีน้ำ สามารถยิงทะลุถึงตายได้ ส่วนปืน ร.ศ., ปืนพระรามนั้น ผู้เขียนเคยทดลองยิง น้ำหนักปืนอาจถึง 10 กิโลกรัม ยืนยิง ยิงไม่ถูกเลย เสือว่อน มายิงเสือเพชร ยิงตรง ยิงไม่ออก ยิงไกลออกแต่ไม่ถูก แถมลูกน้องยังโดนเสือเพชรฆ่าตายไป 2-3 คน เสือฝ้ายได้ส่งมือดีมาอีก ครั้งละตก 10 คน มีเสือวุ่น, เสือเบิ้ม, เสือคอย (3 คนนี้ ระดับหัวหน้า ระดับเดียวกับเสือดำ เสือดำลูกน้องของเสือฝ้ายมี 2 คน คนแรกตายไปแล้ว คนเล็ก (ดำเล็ก) บวชเป็นพระอยู่ 4 ครั้งที่ส่งลูกน้องมาฆ่า เสือเพชร ฆ่าไม่ใช่เลย (เสือดำเล็ก, เสือมเหศวร, เสือใบ, เสือคอย, เสือว่อน, เสือวุ่น, เสือเบิ้ม ฯ ผู้เขียนเคยพบ ได้พูดคุยด้วยบางคน เคยมาหาผู้เขียน พูดคุยเรื่องเครื่องรางและคาถาอาคม บางคนเคยกินเหล้าด้วยกัน ผู้เขียนตอนนั้นอายุ 20-35 ปี พวกเขาอายุ 60-70-80 ปี

ภายหลังเสือเพชร ได้หนีไปอยู่ในดง หมู่บ้านไพรนกยูง อำเภอหันคา จังหวัดชัยนาท ก่อนไปประมาณ พ.ศ. 2500 ได้ไปกราบหลวงพ่อ หลวงพ่อได้ให้รูปหลังสิงห์และจารเหรียญ 50 สตางค์ให้ พ.ศ. 2500 (เหรียญทองเหลือง) ประมาณ พ.ศ. 2540 เศษ ผู้เขียนเคยเอารถ 10 ล้อไปรับงานนอกไปวิ่งมันเส้น (มันสำประะหลังบดตากแดด) ไปวิ่งมันเส้นกับเจ้ กิ่งแก้ว เขามีลานมันที่ไพรนกยูง เขาเป็นภรรยา อดีต ส.ส. ชัยนาท ผู้เขียนได้พบเสือเพชร ผู้เขียนไม่รู้จักเขา เขาอยู่ใกล้ลานมัน อายุตก 70 กว่า หรืออาจ 80 ปี บังเอิญไม่ใส่เสื้อ มีลายสัก ชายคนนี้ร่างสันทัด สูง ผอม เปรียว ตาเป็นประกาย แม้ว่าผู้เขียนจะมองเขา แบบตกใจ เขาก็ไม่กลัว ไม่สะทกสท้าน ผมจำยันต์ของหลวงพ่อกวยได้ ผมยกมือไหว้เขา แล้วทักเขาว่า นี่เสือร้ายนี่ มาอยู่ได้ไงถึงนี่ เขาก็ไม่ตกใจ เขาถามผู้เขียนว่า รู้ได้อย่างไร ว่าเขาเป็นเสือ ผมแนะนำตัวเองว่า ผมเป็นศิษย์คนเล็กของหลวงพ่อกวย เห็นยันต์ที่สักก็รู้ว่าเป็นศิษย์ของหลวงพ่อ เขาดีใจตื่นเต้น น้ำตากเขาจะไหลให้ได้ ผมคุยกับเขามาอยู่เป็นหอกข้างแคร่กับมเหศวร เขาไม่เอาซะเละหรือ เขาพูดว่า เขาไม่รู้ว่าผมเป็นใคร ผมอยู่เงียบ ๆ แต่ไม่รู้ว่าใคร พยายามฆ่าเขา สิบกว่าปีมาแล้ว ตะกรุดและเหรียญรัชกาล (รัชกาลที่9 หลวงพ่อลงจารให้) ต้องแอบติดตัวตลอด ไม่รู้จะหนีไปอยู่ที่ไหนแล้ว โดนแอบฆ่ามาตลอดเกือบ 20 ปี ดีว่ายิงไม่ออก ผู้เขียนได้ขอดู วัตถุมงคล เขาเหลืออยู่แต่ตะกรุดกับเหรียญมีจาร นอกนั้นลูก ๆ แบ่งไปคนละอย่าง พอเขารู้ว่าผู้เขียนเป็นหลานเสือฉาว เขายิ่งดีใจมาก คุยกันอยู่เป็นครึ่ง ๆ วัน ได้พบกันหลายครั้ง เคยขอแบ่งบูชาตะกรุด เขาบอกไม่ได้เลย แต่ถ้าตายแล้ว มาเอากับลูกไม่แน่ ถ้าลูกมันจะขาย ผู้เขียนได้ให้เบอร์โทรกับลูกเขาไว้ เอาถ่านหุงข้าวเขียนไว้กับฝาบ้าน

ก็ขอสมมติยุติเรื่องตะกรุดแต่เพียงนี้ ปลายชีวิตของหลวงพ่อจาก พ.ศ. 2512 หลวงพ่อเริ่มสร้างตะกรุดดอกเดียว ใช้เชือกมาตรฐานในการถักลาย และสาย ส่วนตะกรุดงา (ด้านในใส่ตะกรุด เอางาหุ้ม) ท่านก็ทำไว้บ้าง เป็นไม่ไผ่ยอดด้วน, หวาย, กระดูกแร้ง ก็ทำไว้แต่น้อย เรียกว่า มหาอุด เป็นตำราของหลวงพ่อศรี วัดพระปรางค์ อาจารย์ของท่าน (ตะกรุด 108 ดอก ก็ทำแต่สิ่งทำ (จารมือ) แต่ดูไม่รู้เพราะหลวงพ่อเชื้อ ห้วยกรด, หลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง, หลวงพ่อจวน วัดหนองสุ่มก็ทำ) มหาอุดนี้ อำนาจทางปืนสูงมาก

รูปหลังตะกรุด ทำ 2 แบบ พ.ศ. 2512-2515 คือ 2 ปีนี้ มีงานและจำหน่ายวัตถุมงคล เป็นรูปแบบขาวดำระบายสี ครึ่งองค์และเต็มองค์ (รูปเต็มองค์ อีกแบบหนึ่ง “เสี่ยมผิดด้าน” ใส่ตะกรุด 3 ดอก ตกค้างอยู่ที่ร้าง เมื่อหลวงพ่อมรณภาพไปแล้ว สมัยอาจารย์บุญยัง เป็นเจ้าอาวาส สมัยพันตำรวจโทละออง สุขนิล เป็นประธานกรรมการวัด ทางร้านเขาเอามาถวายวัด หลวงพ่อไม่ได้เสก) ในปี พ.ศ. 2522 ปีหลวงพ่อมรณภาพ หลวงพ่อสั่งทำปลัดเนื้อเงินผสมตะกั่ว, รุ่นหัวโต, รุ่นประสบการณ์ เอาไว้ และเขียนบนกล่องว่า “ใครเปิดตาแตก” หลวงพ่อไม่ต้องการให้เปิด คงจะคอยให้กล่องแตกเอง คงจะเอาปลัดนี้ไว้เป็นทุนสร้างวัด ในเวลาและโอกาสเหมาะสม เมื่อหลวงพ่อมรณภาพแล้ว (12 เมษายน พ.ศ. 2522) ทางกรรมการวัด เกรงว่าจะไม่มีปัจจัย ในการสร้างเมรุ เพื่อประชุมเพลิง เลยไปหาบูชาตะกรุดจากตลาดพระนครสวรรค์ เป็นตะกรุดสำเร็จ ถักลายตะขาบ, มีลูกสะกด, ปีปลัด 1 ตัว นำมาใส่กล่อง บอกเล่าหลวงพ่อ นำกล่องปลัดของหลวงพ่อไว้ด้านบน บอกเล่าให้หลวงพ่อเสกให้ เมื่อทางคณะสงฆ์มาสำรวจวัตถุมงคล มีพระครูพิมพ์ วัดวิหารทอง เป็นเจ้าคณะอำเภอสรรคบุรี หลวงพ่อพร้า เป็นเจ้าคณะตำบล เห็นลังวัตถุมงคล หลวงพ่อเขียนไว้ ใครเปิดตาแตก เลยไม่มีใครกล้าเปิด กรรมการวัดต้องการปัจจัย เลยยุให้อาจารย์ถนอมเจ้าอาวาสวัดเดิมบาง ซึ่งเป็นศิษย์พระเปิด อาจารย์ถนอมก็ยุขึ้นได้เปิดลังวัตถุมงคล ได้พบปลัดและตะกรุด ได้นำมาจำหน่าย ตะกรุดจำหน่ายได้ทั้งหมด แต่ปลัดไม่หมด มาหมดสมัยอาจารย์สำรวยเป็นเจ้าอาวาส ปลัดบางตัวเรียบ ๆ หลวงพ่อได้จารให้ไว้ อยู่ต่อมาอาจารย์ถนอม ก็ตามองไม่เห็นรุ่งจริง ๆ ทำได้แต่เซ็นชื่ออย่างเดียว เรื่องตะกรุดลายตะขาบก็เป็นอย่างนี้

เรื่องตะกรุดนี้ หลวงพ่อทำได้เก่งตัวจริง เก่งและเชื่อใจได้พอ ๆ กับมีดหมอ, แหวนแขน, ผ้าขอด, ในปีฝังลูกนิมติ (พ.ศ. 2521) ท่านอาจารย์สมาน กรรมการวัดได้ในสั่งทำบล๊อค แม่พิมพ์ตะกรุด โดยใช้กระแทกหรือปั้ม ที่ผ่านทองแดงหรือตะกั่ว ปั้ม 1 ทีก็ได้ 1 แผ่น ม้วนเป็นตะกรัดได้ 1 ดอก จำหน่าย 100 บาท หลวงพ่อได้ทดลองปั้มดู แล้วพิจารณาที่แผ่นตะกรุด ท่านพูดว่า แบบนี้ “โป้งเดียวตาย” เลยนำแผ่นยันต์และตัวปั้มทิ้งลงสระ

คาถาที่ใช้กับตะกรุดให้ใช้ คาถามงกุฏพระพุทธเจ้า ถ้าจะเอาทางแคล้วคลาด ให้ใช้คาถานะโมตาบอด หรือ “นะหันตะวา...” ถ้าสู้เอาไว้ด้านหน้า ถ้าหนีเอาไว้ด้านหลัง เข้าหาผู้หญิงหรือเจ้านายเอาไว้ด้านข้าง หญิงด้านซ้าย ชายด้านขวา ใช้คาถาขุนแผน

ก็ขอสมมุติยุติเรื่องตะกรุดแต่เพียงนี้ ขอจบด้วยบทกลอนที่ว่า
ในความจริง ย่อมมีสิ่ง ที่จริงกว่า
จริงที่ว่า รักมั่น ยังสั่นไหว
จริงที่ว่า ทุกข์กรรม ย่อมนำภัย
จริงที่ว่า สว่างใจ นั้นใสจริง
ในความจริง ย่อมมีสิ่ง จริงที่สุด
จริงที่ว่า พระพุทธ บริสุทธิ์ยิ่ง
จริงที่ว่า โลกหมุน เวียนความจริง
จริงที่ว่า ทุกสิ่ง ไม่จริงเลย...

ปล. เหรียญ ร.5 มีจาร และเหรียญ ร.9 (50 ส.ต. ทองเหลือง) มีจาร ปัจจุบัน อยู่กับคุณพิเชษฐ์ น้อยจริง
16 พ.ย. 57 ทราบว่าเสือมเหศวรตายแล้ว เสือดำ (เล็ก) วัดศรีนวล เป็นเจ้าภาพสวดศพให้

ที่มา: เฒ่า สุพรรณ
(อ.สมจิตต์ เทียนจันทร์)
56 หมู่ 5 บ้านปากน้ำ ต.ปากน้ำ
อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี 72120
โทร. 081-943-7368

ไบรท์ สิงห์บุรี

bright singburi

[พื้นที่โฆษณา] ไบรท์ สิงห์บุรี รับเช่า-รับจัดหาพระเครื่อง หลวงพ่อกวย ทันยุค-ย้อนยุคยอดนิยม 098-527-2777

เอสบีฟอนต์

sb-font

จำหน่ายฟอนต์ไทย สไตล์เอสบีฟอนต์ ลิขสิทธิ์การออกแบบโดย Somboon Jaisupa โทร. 094-783-9020

Font was

was font

ฟอนต์วัสโวยวาย จำหน่ายฟอนต์ให้แก่ งานโฆษณาทุกชนิด ทั้ง ป้าย เสื้อสกรีน และ สติกเกอร์ แยกตลาดนางบวช สุพรรณบุรี โทร 082 295 2537