หลวงพ่อกวย วัดโฆสิตาราม (บ้านแค) จังหวัดชัยนาท

หลวงพ่อกวย


มีศิษย์ของหลวงพ่อหลายคน ได้ถามผู้เขียนถึงมนต์นี้ โดยคิดว่าผู้เขียนจะต้องรู้มนต์นี้ มนต์นี้ไม่เคยได้ยินมาก่อน จากหลวงพ่อองค์อื่น จะเพิ่งได้ยินก็แต่ที่หลวงพ่อ หลวงพ่อได้สั่งเอาไว้ว่า อย่านำวัตถุมงคลของท่านไปทดลองเดี๋ยวจะเข้าตัว เช่น นำไปทดลองยิง เมื่อลองยิงแล้วจะออกหรือไม่ออก คือ ลองด้วยปืน อาจจะมีอาการตกประหม่า อาจถึงชัก หรือ มีอันเป็นไปได้ต่าง ๆ นา ถ้าไม่รีบขอขมาให้ถูกต้อง คือ หลวงพ่อจะนำมนต์พระกาฬนี้ เสกลงไปในวัตถุมงคล ใครที่ทำไม่ดีต่อศิษย์ของท่าน เช่น รังแก, เบียดบัง, ป้ายสี, หรือข่มเหง คือ ทำไม่ดีต่อศิษย์ของท่าน คนที่ทำไม่ดีต่อศิษย์ของท่าน จะเป็นศิษย์สัก หรือศิษย์นับถือ หรือศิษย์คล้องพระ ก็แล้วแต่ มักจะมีอันเป็นไปต่าง ๆ นา ๆ คือแพ้ภัยตัวเอง มนต์นี้ชื่อเต็ม ๆ คือ มนต์เจ้าพ่อพระกาฬ เจ้าพ่อพระกาฬ คือ พระนารายณ์ เป็นมนต์แช่ง คล้ายโองการแช่งน้ำ ที่ให้สัตย์สาบาทต่อกัน ถ้าผิดคำสาบาน ก็จะมีอันเป็นไป ภายใน 3 วัน 7 วัน เช่น กล่าวว่า ขอให้มีอันเป็นไป 3 วัน อย่าให้เคลื่อน 3 เดือน อย่างให้คล้อย จงซิบหายตายโหง ทำนองนี้ เป็นภาษาโบราณ ประกอบกับตัวคาถาภาษาขอม คนที่จะเรียนมนต์นี้ได้ต้องเป็นพระเท่านั้น มนต์นี้หลวงพ่อน่าจะได้ มากจากตำราของหลวงพ่อเฒ่า วัดคังคาว ซึ่งอยู่ไม่ไกลกัน ประมาณ 3 กิโลเมตร หลวงพ่อเฒ่า เป็นอาจารย์องค์หนึ่งของหลวงพ่อปากคลองมะขามเฒ่า ตำราของหลวงพ่อเฒ่า หลวงพ่อได้เอาไว้หลายเล่ม ได้สมัยอาจารย์ดิษฐ์ เป็นเจ้าอาวาส วัดคังคาว (ค้างคาว) คือ อาจารย์ดิษบ์เป็นลูกศิษย์ของหลวงพ่ออีกที มนต์พระกาฬนี้ค่อนข้างยาว ผู้เขียนเคยขอเปิดตำราหลวงพ่อเฒ่าดู สมัยท่านอาจารย์สำรวยเป็นเจ้าอาวาส แต่ไม่กล้าคัดลอกเอาไว้ ในตำราเขียนว่า เรียนได้เฉพาะพระเท่านั้น อีกบทหนึ่งที่เป็นมนต์ดำ อยู่คู่กันคือ มนต์พระแม่ธรณี ในตำราเขียนว่าฆราวาส ห้ามเรียน เช่นกัน แต่ผู้เขียนอธิฐานขอท่องเพียง 3 จบ ถ้าท่องได้จะขอเรียนปรากฏว่าท่องได้ มนต์นี้ก็รุนแรงไม่แพ้กัน มนต์พระกาฬนี้ทราบว่าหลวงพ่อปรง วัดธรรมเจดีย์ ได้ไว้ หลวงพ่อปรงบวชพร้อมหลวงพ่อ ปีเดียวกัน บวชได้ 5-6 พรรษา ก็ลาสิกขาบทไปเป็นเสือ ประมาณ 10 ปี แล้วกลับมาบวชใหม่ มาเป็นศิษย์ของหลวงพ่อ เกี่ยวกับคาถาที่หลวงพ่อเรียนไว้ ในตำราแก้วสารพัดนึก ก็เป็นตำราเก่าของเจ้าพ่อพระกาฬ เกือบทั้งหมด ฉะนั้นผู้ที่เป็นศิษย์ก็ดี ศิษย์สักก็ดี ศิษย์เรียนวิชาคาถาก็ดี ถือได้ว่าได้เรียนคาถาวิชาจากเจ้าพ่อพระกาฬแล้ว ถ้าท่านผ่านมาวัดมากราบหลวงพ่อ ก็ควรไปกราบหลวงพ่อเฒ่า ตำราของหลวงพ่อเฒ่า ท่านเอามาจากวัดป่าแก้ว (วัดของอาจารย์ของสมเด็จพระนเรศวร ท่านชื่อพระนพรัตน์ หรือ วนะรัตน์) และถ้าท่านผ่านลพบุรี ท่านควรจะไปกราบศาลเจ้าพ่อพระกาฬด้วย


ต่อไปจะขอบันทึกถึงเรื่องที่ศิษย์ของหลวงพ่อ ที่ได้เรียนคาถาของหลวงพ่อหรือศิษย์ที่มีวัตถุมงคลของหลวงพ่อติดตัวเอาไว้ ซึ่งเกี่ยวกับมนต์พระกาฬที่หลวงพ่อเสกให้ไว้ในวัตถุมงคล

เรื่องแรก หลวงพ่อปรง วัดธรรมเจดีย์ ตอนเป็นเจ้าอาวาส วัดธรรมเจดีย์ใหม่ ๆ ผู้คนขาดความเกรงใจ คนรอบวัด คือ คนบางระจัน (บ้านระจัน) มีนิสัยทางนักเลง ไม่ค่อยเชื่ออะไรง่าย ๆ ชาวบ้านรอบ ๆ วัด ขาดความเกรงใจหลวงพ่อปรง ได้เข้ามาทอดแหหาปลา ในสระในวัด หลวงพ่อปรงได้ตักเตือน ก็ไม่มีใครเชื่อ วันหนึ่งท่านได้พรั้งปาก ออกมาว่า ในวัดในวามึงก็ไม่ละเว้นสัตว์ พวกมึงเนี้ยไม่ช้าจะจัญไร อยู่ต่อมาบ้านไหนที่กินปลาวัดท่าน ได้มีอันเป็นไปเป็น 10 ครอบครัว คือ ตายบ้าง, เจ็บบ้าง, ไฟไหม้บ้านบ้าง, มีคนบาดเจ็บตายเป็น 10 ครอบครัว ตั้งแต่นั้น ไม่มีใครล่วงเกินท่านอีกเลย ผู้เขียนเคยไปกราบท่านบ่อย ๆ คุยกันตั้งแต่เช้ายันมืด คือ ก่อนที่ท่านจะดัง ท่านแทบจะไม่มีแขกเลย ผู้เขียนเลยเอาตำรายันต์ เอาไปให้ท่านทำตะกรุด, ผ้ายันต์ เป็นตำราของหลวงพ่อกวย พอท่านทำเสร็จ เสกเสร็จ ถึงกับทรุด ต้องเข้าโรงพยาบาลหมอประเจิด สิงห์บุรี ทุกครั้ง ผู้เขียนต้องถวายเงิน ค่าโรงพยาบาล คืนหนึ่ง 3,000 บาททุกครั้ง ภายหลังเลยเลิกให้ท่านทำ เกรงใจท่าน กลัวบาป ท่านบอกว่าตำราของอาจารย์กู (หลวงพ่อกวย) เขาแรงมาก ผู้เขียนเคยขออนุญาตท่านสร้างเหรียญไว้ 1 รุ่น ตอนสร้างเมรุ วัดหัวเด่น กับสร้างรูปหล่อและวิหาร หลวงพ่อกวยที่วัดหัวเด่น ใช้ยันต์มงกุฎพระเจ้า แบบเหรียญรุ่น 1 ของหลวงพ่อ สร้างเวลาใกล้เคียงกับเหรียญครูบาอินท์ วัดฟ้าหรั่ง เวลาท่านจะเสกท่านต้องให้อาจารย์สมาน เจ้าอาวาสวัดหัวเด่นสมัยนั้นไปว่าคาถาชุมนุมเทวดา และท่องคาถาชินบัญชรให้ทุกคืน ตลอด 3 เดือน ไตรมาส เหรียญรุ่นนี้ศิษย์ของหลวงพ่อปรงนิยมมาก มีราคาแพงกว่าเหรียญรุ่น 1 แพงพอ ๆ กับเหรียญครูบาอินท์ (3-4-5,000 บาท พ.ศ. 2559) เรื่องคาถามนต์พระกาฬนี้ ผู้เขียนได้ขอเรียนกับหลวงพ่อปรง ท่านไม่ให้ท่านบอกว่า ถ่ายทอดเฉพาะพระที่สมควรจะได้เท่านั้น ที่เล่าเรื่องนี้เพราะอำนาจของมนต์พระกาฬที่ท่านเรียนเอาไว้

เรื่องที่ 2 เรื่องวิชาสักของหลวงพ่อ ผู้เขียนเป็นศิษย์คนเล็ก แต่ไม่เล็กสุด แต่ขอเป็นคนเล็ก คือ อาจารย์กริ่ง แก่กว่า คุณกมลตลาดท่าช้าง 1 ปี คุณกมล แก่กว่าผู้เขียน 1 ปี ผู้เขียนแก่กว่าอาจารย์สำรวย อดีตเจ้าอาวาส 1 ปี อาจารย์สำรวยแก่กว่าอาจารย์ตั้ว วัดทรัพย์ลำไย 1 ปี สมัยนั้นเคยอายุ 18-19 ปี เป็นศิษย์รุ่นล่าสุด อาจารย์กริ่งเป็นพระ อาจารย์สำรวย อาจารย์ตั้วเป็นเณร ตอนที่หลวงพ่อมรณภาพผู้เขียนมีอายุ 25 ปี ไปเป็นศิษย์ตอนเรียนชั้น ป. 4 อายุ 9 ปี ศิษย์ที่ครอบครูสักมี 2 คน หรือ 1 คน กับ 1 องค์ คืออาจารย์ตั้วกับผู้เขียนเท่านั้น แต่มีศิษย์ที่สักแทนหลวงพ่อ 3 คน คือลุงทอด, ลุงลอน (หล่อน) และอาจารย์ทรง (อดีตเจ้าอาวาสวัดแหลมคาง) อาจารย์ทรงยังมีชีวิตอยู่ แต่สุขภาพร่างกายย่ำแย่มาก หลวงพ่อสั่งอาจารย์ตั้วว่า ถ้าอายุ 50 ปี ค่อยสักให้ศิษย์ พออาจารย์ตั้วอายุ 50 ท่านก็มรณภาพเสียก่อน ส่วนผู้เขียนก็ไม่ชอบสักให้ใคร คือ กลัวเขาเจ็บ และคนที่สักก็มาอย่างกับเสือกับโจร เลยไม่ได้ทำการสักให้ใคร กลัวเขาเจ็บ ศิษย์ที่สืบทอดวิชาสัก คือ ลุงลอน โดยสักให้และคิดค่าครู 30 บาท เท่าที่สมัยหลวงพ่อให้เป็นค่าจ้างสักแทน วิชาสักนี้เกี่ยวกับมนต์พระกาฬโดยตรง คาถาก็เป็นคาถาของเจ้าพระกาฬ แต่หน้าแรกของตำราสักยันต์ เป็นรูปหนุมานยกพล หลวงพ่อเขียนว่า “อย่าเล่นครูแรง ทำไม่ถูกต้องเสียจิต (บ้า) และจะไม่มีวันหาย” จะเป็นด้วยสาเหตุใดไม่ปรากฏ อยู่ ๆ ลุงลอนก็มีอาการไม่ดี ทำท่าจะบ้า ทางลูกเมียได้มาตามหมอเฉลียว เดชมา ให้มาทำน้ำมนต์และขอขมา จึงหาย เรื่องนี้เกี่ยวกับการไม่ได้ครอบครู คำว่าพระกาฬ แปลว่า ลิง, เจ้าพ่อพระกาฬ หมายถึงพระนารายณ์ พระราม พระลักษณ์ และทศกัณฑ์ ในศาสนาพราหมณ์ หรือฮินดู ถือว่าเป็นเรื่องจริง กรุงลงกาของทศกัณฑ์คือประเทศลังกา (ศรีลังกา) หนุมานทำทาง เอาหินมาถมทาง คือ เอาหินมาถมจากอินเดียไปเกาะลังกา พวกยักษ์นี้เฉพาะคนที่ศรีลังกา ก็รูปร่างน่ากลัว เป็นชนชาติสิงหล และทมิฬ คนแขกนี้รูปร่างน่าเกรงขาม เขามาขายของเร่ตามบ้าน ไม่มีใครกล้ารังแกแขก แค่พวกโรฮินยาก็น่ากลัว หาคนอุปการะไม่ค่อยได้

อีกคนหนึ่งคือ ลุงทอด ลุงทอดนี้หลวงพ่อรัก เมตตาพอสมควร หลวงพ่อจะให้วิชา ดูเนื้อคู่ในบาตรน้ำมนต์ คือใครอยากเห็นเนื้อคู่ของตัวเองว่ารูปร่างอย่างไร ถ้ามาหาหลวงพ่อสามารถทำได้ แต่หลวงพ่อเกรงว่า จะผิดวินัยสงฆ์ จึงจะถ่ายทอดให้ลุงทอด แต่ลุงทอดไม่เอาเฉย ๆ น่าเสียดายมาก ลุงทอดได้รับการสักจากหลวงพ่อ รักและเคารพหลวงพ่อมาก อยู่ต่อมาเป็นโรคเรื้อนโบราณเรียกว่า ขี้ทูดกุดถัง คือเชื้อโรคจะกัดกินกระดูกส่วนปลาย ไปรักษาที่โรงพยาบาลมโนรมณ์ ชัยนาท (โรงพยาบาลหมอศาสนาคริสต์ อุปถัมภ์) ลุงทอดต้องเข้ารีด ไปนับถือพระเยซู จึงจะได้รับการรักษาฟรี ลุงทอดมาลาหลวงพ่อไปนับถือพระเจ้า (พระเยซู) หลวงพ่อสะเทือนใจมาก ได้พูดและเขียนสั่งเสียไว้ว่า “มึงไปอยู่กับพระเยซู แล้วมึงอย่ามาหักคอพระพุทธน๊ะ” ลุงทอดไปแต่กาย แต่ใจยังนับถือหลวงพ่อดุจพระเจ้า ยังท่องบ่นคาถาอยู่เสมอ วันหนึ่งขึ้นรถบัส ได้บอกกับโซเฟอร์ว่า ให้ลงทางแยกข้างหน้า แต่โซเฟอร์ทำเป็นเอาหูทวนลม ได้ขี่เลยทางลง เลยไปเกือบ 1 กิโลเมตร จึงจอดให้ลง ลุงทอดความที่ต้องเดินย้อนกลับมา เพราะโซเฟอร์ขับรถแถมให้ ลุงทอดทั้งเหนื่อยทั้งร้อน เลยพลั้งปากพูดด่าโซเฟอร์ไปว่า “ไอ้ตายโหง” อยู่ต่อมาสัก 3 วันได้ ลุงทอดก็ได้ข่าวว่า โซเฟอร์คนนั้นโดนยิงตาย เรื่องนี้เป็นเรื่องปากพระร่าง ที่เป็นได้เอง กับผู้เรียนคาถาของหลวงพ่อ

อีกเรื่องหนึ่ง วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2559 บิดาของผู้เขียน อายุ 93 ปี ได้ถึงแก่กรรม ผู้เขียนแทบไม่ได้บอกใครเลย คือเกรงใจเขา ส.ส.เสมอกัน เที่ยงธรรม ลูกชายของอดีต ส.ส. จองชัย เที่ยงธรรม มาเป็นประทานทอดผ้าเผาศพ ในงาน (วันเผา) ได้แจกเหรียญรุ่นมงคลถาวรที่เก็บเอาไว้ 2-3 ปีมาแล้ว มาแจก 700 เหรียญ เกรงว่าจะไม่พอแจก ได้นำเหรียญรุ่นใหม่ รุ่นมนต์พระกาฬ มาแจกเพิ่มอีก 250 เหรียญ ผู้คนอยากได้กันมาก บางคนเข้าคิวรับแจก 3 รอบ กลางคืนไม่มีมหรสพสมโภช เพราะฐานะยากจน มีแต่ไฮโล นายฮุ่ยเป็นเจ้ามือ มีคนแทงหลายสิบคน คนที่ได้มากที่สุดคือ นางนกเอี้ยง (เอี้ยง) ขณะที่เจ้ามือ คือ นายฮุ่ย กำลังจะหมดตัว เป็นหมื่น ๆ บาท นายฮุ่ยระลึกถึงหลวงพ่อ ได้หยิบเหรียญรุ่นมนต์พระกาฬ (พ.ศ. 2559) ที่ได้รับแจกตอนเย็น ขึ้นมาบอกเล่า และวางไว้ข้างถ้วยไฮโล ได้บอกกับหลวงพ่อขอให้ได้เงินกลับคืน เพราะกำลังจะหมดตัว ปรากฏว่าหลวงพ่อก็ช่วยไม่ได้ นางนกเอี้ยงเห็นเจ้ามือเสียเอา เสียเอา นึกคะนองปากที่เห็นนายฮุ่ย เจ้ามือเอาเหรียญหลวงพ่อกวยมาวางข้างถ้วยไฮโล ได้เผลอพูดด้วยความคะนองว่า “เป็นยังไง หลวงพ่อกวยของมึงโกยกลับวัด ไปแล้วซิท่า สงสัยจะกลัวกู” พอนางนกเอี้ยงพูดเสร็จ ปรากฏว่าไม่มีใครแทงถูกอีกเลย หมดตัวทุกคน เมื่อหมดตัวก็นำเหรียญของหลวงพ่อแทง (ไม่นับถือจริง) นายฮุ่ยเจ้ามือได้ตีราคาให้เหรียญละ 100 บาท คืนสุดท้ายคืนนั้น เจ้ามือคือนายฮุ่ย ได้คนเดียว กินหมดตัวทุกคน แถมได้เหรียญหลวงพ่อกลับบ้าน สิบกว่าเหรียญ เรื่องนี้เกี่ยวกับมนต์พระกาฬ ที่เสกโดยตรง ผู้เสกมนต์นี้ร่วมกับหลวงพ่อ คือ ท่านอาจารย์นักรบ และท่านอาจารย์ชุมพล 2 องค์พี่น้อง เขาได้มนต์นี้ได้มาจริง แต่พระที่ให้มนต์มาได้ขอคำสาบาน ว่า จะถ่ายทอดได้เมื่อถึงวัยอันควร และเวลาอันควรรวมถึงวัยของพระที่ได้รับการถ่ายทอด โปรดอย่าไปรบกวนท่าน เดี๋ยวจะว่าท่านไม่เกรงใจไม่ได้


เรื่องที่ 3 ขอเป็นเรื่องสุดท้าย เกี่ยวกับหลวงพ่อได้เรียนมนต์นี้ไว้ ทำให้ท่านมีวาจาสิทธิ์ดุจพระร่วง ถ้าท่านพูดคำใด คำนั้นคือคำจริง คือคำประกาศิต ยิ่งถ้าเผลอพูดไม่ดี ยิ่งอันตรายมาก สำหรับคนไม่ดี ที่ทำต่อท่าน ทำต่อศิษย์ของท่าน คำพูดที่เป็นไปได้จริง เป็นเพราะการกระทำของคน ๆ นั้น หรือท่านจะรู้เหตุการณ์ล่วงหน้า หรือเพราะคำพูดของท่านคือ คำประกาศิต อาจประกอบกัน เช่น มีคนด้านข้างของวัด เอารถดันดินมาปรับที่บ้าน พร้อมทั้งเอาต้นไม้ที่ไม่สำคัญออก แล้วรุกเข้ามาในเขตวัด คือ รุกที่ พอหลวงพ่อเห็นเข้า ท่านได้เผลอพูดว่า ตามันไม่เห็นรุ่งหรือยังไง ถึงให้เอารถไถคันที่รุกเข้ามาในวัด อยู่ต่อมาบุคคลคนนั้นโดนไม้ไผ่ลัดตา (กิ่งไม้ไผ่ตีตา) ตาเลยมองไม่เห็นทั้ง 2 ข้าง ในเวลาไม่ห่างกันนัก มีบุคคลคนหนึ่ง ได้รุกที่ด้านหลังวัด กรรมการวัดได้บอกกับท่าน ท่านได้พูดว่า อีกหน่วยมันก็สบาย อยู่ต่อมาคนคนนั้นเป็นอัมพาต ได้นอนบนเตียงต่ำ ติดกับที่วัด เป็นอยู่หลายปีจึงตาย 2 คนนี้ไม่ขอเอ่ยชื่อ ผู้เขียนก็ไปวัดบ่อย เดี๋ยวลูกหลานเขาจะเตะผู้เขียนเอา แต่สอบถามกรรมการวัดได้
อีกคนหนึ่ง เป็นช่างทำศาลา ชื่อเล่น ชื่อจุ่น นึกอย่างไรไม่รู้ เอามีดปาดตาลขนาดใหญ่ฟันหลังหมาของท่าน ความแรงทำให้กระดูกของหมา (อีจุ่น) กระดูกขาดใน ท่านต้องประสานกระดูกให้มัน ท่านเผลอพูดว่า “ไอ้ตายโหงเอ้ย ทำไมมันถึงใจร้ายจัง” อยู่ต่อไม่ถึง 7 วัน ช่างจุ่น ก็โดนยิงตาย


อีกคนหนึ่ง เป็นช่างทำโบสถ์ หลวงพ่อได้วางลูกนิมิต เอาไว้ 9 ลูก ว่าง ๆ ท่านก็มาจารอักขระเลขยันต์ที่ลูกนิมิต ช่างทำโบสถ์คนนี้ขาดความเกรงใจหลวงพ่อ กินเหล้าในวัด แถมนั่งพิงลูกนิมิตเอามือจับเล่น ท่านมาเห็นเข้า ท่านเผลอพูดว่า “ไอ้ตายโหงเอ๋ย” ที่นั่งกินเหล้า มีโถมเถไปไม่นั่ง มานั่งกินตรงลูกนิมิต อยู่ต่อมาช่างคนนี้ ก็โดนยิงตาย

อีกคนหนึ่ง ชื่อ สำรวย คนทั่วไปเรียกเขาว่า ลุงรวย มีนิสัยค่อนข้างเกเร หลวงพ่อเลี้ยงลิงเอาไว้ ชื่อ ไอ้ชุ่ม ต้องผูกล่าม ลุงรวยมาเล่นกับลิง วันหนึ่งลิงเกิดไปกัดลุงรวยเข้า ลุงรวยโมโห ได้เอาไม้ตี ตีขาหักทั้ง 2 ข้าง หลวงพ่อได้ประสานกระดูกให้ ท่านเผลอพูดว่า “ไอ้คนนี้ มันใจร้ายจัง มิน่าเขาถึงสิน (ตัด) ตีนมันชะทั้งสองข้าง” อยู่ต่อมาลุงรวย เป็นเบาหวาน หมอต้องตัดขาออกทั้ง 2 ข้าง คนที่เคยมาวัด พ.ศ. 2540 กว่า จะเคยเห็นลุงรวยนั่งรถวินแซ อยู่แถว ๆ ศาลาวัด เขาตายแล้ว ก่อนตายได้ทำปืนลูกซองสั้น หล่นมือ ปืนลั่น แต่ไม่เข้า คือเขาก็เป็นศิษย์สักรุ่นเก่า เมื่อไปหาหมอ เพราะมีรอยช้ำเกือบ 10 ลูก (ปืนลูกซองบรรจุลูกได้ 9 ลูก) หมอชอบพอกัน ได้พูดเย้าว่า ตายแน่ ๆ ลุงรวยใจเสีย กลับมาบ้าน นึกถึงคำพูดของหมอ เลยช็อคตาย


อีกคนหนึ่ง ชื่อลุงเยื้อน สมัยหนุ่ม ๆ เกเร พอใช้ สักเต็มตัวบ้านอยู่หลังวัด วันหนึ่งเอาควายมาเลี้ยงในวัด ได้เก็บกวาดใบไม้ เอามาเผา เดือนเมษา อากาศร้อนมาก ลุงเยื้อนได้จุดไฟเผา ไฟได้ไปลวกต้นพิกุล ที่หลวงพ่อปลูกไว้ หลวงพ่อจะเก็บดอกพิกุล เอามาผสมทำพระ พอหลวงพ่อรู้เข้า ท่านพูดว่า “ไอ้เยื้อนมึงเนี่ยหายโหง” ลุงเยื้อนกลัวและตกใจมาก เลิกเป็นเสือเป็นโจร เลิกนิสัยนักเลง เข้าวัดทำบุญ หวังในบุญว่า ถ้าทำบุญทำดี ก็อาจหนีกฎของอำนาจกรรมได้ หลวงพ่อไม่ได้แช่ง ท่านเพียงแต่บอกว่า “มึงเนี่ยจะหายโหง” อายุ 60-70-80 ลุงเยื้อนก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร วันหนึ่งลุงเยื้อนไปเก็บสายบัวแดง จากคลองธรรมชาติหน้าวัด เอาจักรยานจอดไว้ที่คันคลอง แล้วลงไปเก็บสายบัวแดง ด้วยอำนาจกรรม ขาลุงเยื้อนไปพันกับสายบัว จมน้ำตายเลย


อีกคนหนึ่ง ชื่อ ผิว แย้มพลาย เป็นคนบ้านแค โดนตำรวจ สน.สรรคบุรี จับข้อหาปล้นชิงทรัพย์ นายผิวนี้มีนิสัยทางนักเลง แต่คดีนี้ นายผิวไม่ผิด เมื่อมีคนมาเยี่ยมเขาที่ สน. สรรคบุรี เขาขอร้องให้ไปบอกหลวงพ่อกวยด้วยว่า เขาไม่ผิด พอหลวงพ่อรู้ข่าว ท่านก็เมตตาไปเยี่ยมที่โรงพัก นายผิวเห็นหลวงพ่อมา ดีใจจนน้ำตาไหล หลวงพ่อเสกบุรี ให้สูบ คือท่านสูบบุหรี่อยู่ ท่านส่งบุหรี่ที่ท่านสูบอยู่ ส่งให้นายผิวสูบ แล้วท่านก็พูดว่า “อีกไม่กี่วัน ก็ได้กลับบ้าน” พร้อมทั้งส่งพระสมเด็จให้ 1 องค์ พอหลวงพ่อลงจากสถานี เขาก็ส่งนายผิวไปขึ้นศาลที่จังหวัดชัยนาท นายผิวได้เจอกับพวกโจรที่ศาลที่คุก อีกหลายก๊ก เมื่อทำการสอบสวนที่ศาล โจรก๊กต่าง ๆ ทั้งสิงห์บุรี, ชัยนาท, สุพรรณ ได้โยนความผิดให้นายผิว ว่าร่วมปล้นกับตน นายผิวถึงกับเข่าอ่อน หลวงพ่อพูดว่า “มึงไม่ติดคุกหรอก” แต่ตอนนี้ โดนชัดทอด คงจะหลายปี โจร 3 ก๊ก ชัดทอดนายผิวว่า ร่วมปล้นกับตน ในวันและเวลาเดียวกัน ศาลเลยตัดสินยกฟ้อง นี่คือคำพูดของท่าน นี่คือมนต์ที่ท่านเสกลงในบุหรี่

ที่มา เฒ่า สุพรรณ(หลวงพ่อ กวย)